Posted by: -xox- on: เมษายน 20, 2008
จั่วหัวด้วยภาษาเช่นนี้ท่านอย่าเพิ่งตกใจไป ค่อยๆอ่านไปแล้วท่านจะเข้าใจเอง … เนื่องด้วยช่วงนี้สถาบันการศึกษาหลายแห่งได้จัดงานฉลองรับปริญญา บรรดาปัญญาชนและครอบครัวผู้ปกครองทั้งหลายต่างมีความสุขแช่มชื่นด้วยจบการศึกษาหลังจากที่ต้องตรากตรำเรียนจนสำเร็จในแต่ละวิชาเอกที่ตนได้ร่ำเรียนมา การสังสรรค์เสวนาฉลองในวาระสำคัญนี้จึงเป็นสิ่งที่คู่กันมา ซึ่งบัณทิตจบใหม่ทั้งหลายก็มักจะจัดเลี้ยงแสดงความยินดี ต่างวาระและต่างทุนทรัพย์ของเจ้าของงาน การที่ได้มาซึ่งปริญญาในแต่ละสาขาวิชานั้นประกอบด้วยหลายปัจจัยและหลายกลไกขับเคลื่อนโดยตัวผู้เรียนนั้นเป็นจุดศูนย์กลาง แต่ก็อย่าลืมถึงฟันเฟืองที่ผลักดันความสำเร็จนั้นก็คงหนีไม่พ้น “บุพการีและครอบครัว” ที่เป็นส่วนสนับสนุนสำคัญที่ทำให้ประสบความสำเร็จทางการศึกษา และคุณค่าของปริญญาใช่ว่าจะมาจากตัวผู้เรียนแต่เพียงอย่างเดียว หากเป็นการผสมผสานของทุกภาคส่วนในครอบครัวและสถานศึกษาที่จะผลักดันให้ประสบความสำเร็จหรือล้มเหลว แต่ในทุกวันนี้กลายเป็นเอา “ปริญญา” เป็นตัววัดคุณค่าเฉพาะ “ตัวบุคคล” จนลืมให้ความสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ครอบครัว” ซึ่งละเลยและให้ความสำคัญในลำดับท้ายๆ พูดมาถึงตรงนี้ท่านทั้งหลายต่างสงสัยว่ามันเกี่ยวอะไรกับ “หมาใจดำ” เจ้าเรือนจะนำเรียนต่อไปนี้ขอรับ … ด้วยเพื่อนบ้านเจ้าเรือน มีครอบครัวเล็กๆครอบครัวหนึ่ง ประกอบด้วย พ่อที่ทำหน้าที่เป็น “สัปปะเหร่อ”ประจำตำบลและ มีแม่ “ขายลูกชิ้นทอด” ตามหน้าโรงเรียนวัด โดยครอบครัวนี้มีลูกชายเพียงคนเดียวซึ่งสำเร็จการศึกษาเป็นบัณทิตวิทยาลัยมีชื่อเสียงในตัวจังหวัดมาสดๆร้อนๆ และเนื่องด้วยฐานะและลักษณะครอบครัวนี้ต้องอยู่อาศัยด้วยความจำกัดจำเขี่ยเพื่อส่งให้ลูกเรียนจบ ซึ่งเจ้าเรือนและเพื่อนบ้านในละแวกใกล้เคียงต่างเฝ้ามองพัฒนาการมาโดยลำดับ และแอบชื่นชมในความวิริยะอุตสาหะของครอบครัวเล็กๆนี้ที่ช่วยกันส่งเสียให้ลูกเรียนจบเป็นหน้าเป็นตาให้วงศ์ตระกูล ทั้งที่พ่อและแม่ต่างดิ้นรนจนสำเร็จทั้งที่ต้องไปกู้หนี้ยืมสินกับเจ้าหนี้นับสิบรายเพื่อมาส่งเสียให้ลูกเรียนก็ยอม นับว่าความรักและความเอาใจใส่ลูกไม่แพ้ใครเท่าที่เจ้าเรือนรู้จัก เย็นวันหนึ่ง เจ้าเรือนเห็นแม่บัณฑิตเดินมาหาบิดาเจ้าเรือนเพื่อขอยืมสตางค์เนื่องด้วยจะให้ลูกชายเป็นค่ากิจกรรมในการรับปริญญาเพิ่ม ซึ่งเป็นเงินจำนวนหนึ่งนี้บิดาเอ่ยซักถามไปเล็กน้อยเนื่องด้วยมากเกินปรกติที่เคยหยิบยืม แต่ก็มิได้ว่าอะไรและก็ให้สตางค์พร้อมคำอวยพรถึงบัณฑิตใหม่ ถ้านึกถึงเงินที่พ่อแม่ และเจ้าเรือนให้ไปก่อนหน้านั้นก็หลายพันอยู่ … พอถึงวันรับปริญญา บิดาเจ้าเรือนผิดสังเกตเนื่องด้วยทั้งครอบครัวบัณทิตทำตัวปรกติและจะออกไปทำงานทั้งๆที่เป็นวันที่น่าจะไปร่วมแสดงความยินดีกับบัณทิตใหม่ “ถ้าฉันไปกลัวลูกมันจะอายเสียเปล่าๆ” คำตอบที่ได้ยินจากปากพ่อแม่บัณทิตทำให้เจ้าเรือนได้ยินถึงกับจุกอกและนับถือครอบครัวนี้ว่าช่างเจียมเนื้อเจียมตนเหลือเกิน “แล้วเย็นนี้จะได้เจอกันไหม จะไปแสดงความยินดีด้วย” [...]