ความผิดพลาดคืออาจารย์ 2

Archive for เมษายน 2008

เมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้จัดให้มีพิธีพระราชทานปริญญาบัตร แก่บรรดาผู้สำเร็จการศึกษา ในระดับต่างๆ ผมเองในฐานะ ที่เป็นอาจารย์จุฬาฯ มาได้สิบปี และก็จบการศึกษา ระดับปริญญาตรี จากจุฬาฯด้วย ด้วยเหตุนี้เอง ผมจึงมีโอกาส สังเกตการณ์ปรากฏการณ์ดังกล่าวนี้ มาโดยตลอดแน่นอนว่า การสำเร็จการศึกษาเป็นสิ่งที่ทุกคนมีความปีติยินดี ไม่ว่าจะเป็นเจ้าตัวผู้สำเร็จการศึกษา ตลอดจนญาติสนิทมิตรสหายทั่วไป ดังนั้น ในวันงาน ผู้คนที่เดินทางมาร่วมแสดงความยินดีจึงมีจำนวนไม่น้อย ทำให้เกิดการคับคั่งแออัด ไม่ว่าจะเป็นฝูงคนและจำนวนรถราที่เพิ่มขึ้น

จากการประเมินตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ผมพบว่า ผู้คนให้ความสำคัญกับงานวันรับปริญญามากขึ้น จนดูเหมือนว่า มันเทศกาลพิเศษอะไรสักอย่างหนึ่งเลยก็ว่าได้ ทั้งๆ ที่การจบการศึกษาในสมัยนี้ก็ไม่ใช่เรื่องพิเศษเมื่อเปรียบเทียบกับสมัยก่อน ซึ่งคนจบการศึกษาสูงมีน้อย และเป็นเรื่องยาก

งานรับปริญญาในปัจจุบันมีองค์ประกอบมากมาย เช่น การจ้างตากล้อง ซึ่งสมัยก่อนมีน้อยรายที่จะจ้างช่างถ่ายภาพอาชีพ นอกจากมีตากล้องแล้ว ยังมีตากล้องถ่ายวิดีโอด้วย การถ่ายภาพก็ไม่ได้ถ่ายเพียงม้วนเดียว แต่บางรายเป็นสิบม้วน ไม่เข้าใจว่า จะถ่ายอะไรกันนักกันหนา

นักศึกษาญี่ปุ่นที่อยู่ในความดูแลของผมสงสัยมาก ว่า คนไทยถ่ายอะไรกันมากขนาดนั้น และทำไมชอบถ่ายรูปตัวเองเดี่ยวๆ มากมาย !!

นอกจากการถ่ายรูปอย่างบ้าคลั่งแล้ว ต่อมาก็คือ ช่อดอกไม้และของที่ระลึก นับวันความบ้าคลั่งช่อดอกไม้ก็ยิ่งมากขึ้น ช่อยิ่งโต ดอกไม้ยิ่งแพง ดูจะทำให้ผู้รับได้หน้าได้ตา บางคนได้มากเสียจนไม่รู้จะเอาไปวางที่ไหน ดูแล้ว ไม่ต่างกับศพบางศพที่ได้รับพวงหรีด

สมัยก่อน ยังไม่มีประเพณีให้ของที่ระลึกในวันรับปริญญา สมัยนี้ มีพ่อค้าแม่ค้ามาตั้งแผงข้างรั้วมหาวิทยาลัย ขายตุ๊กตาหมี หรือหมาตัวโตๆ ซึ่งก็ไม่รู้ว่า ทำไมจะต้องให้ตุ๊กตากันในวันรับปริญญาด้วย มันบ่งบอกอะไร ?

นักศึกษาญี่ปุ่นคนเดิมให้ความเห็นว่า มันเป็นเรื่องแปลกที่คนไทยยังให้ตุ๊กตากัน ทั้งๆ ที่ก็โตๆ กันแล้ว ผมเดาว่า สาวไทยชอบที่จะทำตัวให้ดู “น่ารักคิกขุอาโนเนะ” อยู่เสมอกระมัง ? ไม่ว่าจะแก่แรดแค่ไหน !

การที่มีพ่อค้าแม่ขายมาวางแผงขายตุ๊กตาข้างรั้วอยู่หลายเจ้านั้น มันยอมหมายความว่า เขาขายสินค้าของเขาได้ ซึ่งก็หมายความว่า มีคนซื้อ ผมสงสัยอย่างยิ่งว่า คนประเภทไหนที่มาซื้อ ? ญาติพี่น้อง เพื่อนของผู้รับปริญญาหรือ ? มาแสดงความยินดี แต่ไม่มีของติดไม้ติดมือ กลัวจะเสียหน้า จึงต้องซื้ออะไรสักอย่าง และบังเอิญมันก็มีคนมาวางขาย และมีอะไรให้เลือกนอกจากดอกไม้ จะให้อะไรที่มันเล็กๆ มองไม่เห็นชัด ก็คงจะไม่ทำให้ผู้รับได้หน้าได้ตาอะไรเท่าไรนัก ดังนั้น ดอกไม้หอบใหญ่และตุ๊กตาตัวโตๆ จึงช่วยให้การโพสท่าถ่ายรูปของเหล่าบัณฑิตดูมีสีสันน่าประทับใจไปตลอดชั่วชีวิต

ผมว่า ถ้ามีใครเอาแหวนเพชรมาให้สาวในวันรับปริญญา เจ้าหล่อนบางคนอาจจะไม่พอใจเท่าได้ดอกไม้ช่อโต หรือตุ๊กตาตัวยักษ์

นอกจากเครื่องเคียง หรือฉากประดับบารมี อันได้แก่ ถ่ายรูป ถ่ายหนัง ดอกไม้ และตุ๊กตาแล้ว สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่ง ก็คือ ตัวประกอบ อันได้แก่ เพื่อนๆ ไม่ว่าเพศเดียวกันหรือต่างเพศ อายุไม่เกี่ยง ยิ่งมีความหลากหลายของประเภทคนแล้วยิ่งดี หรือถ้ามีคนดังๆ มาร่วมก็ยิ่งได้หน้าสุดๆ แสดงให้เห็นว่า ผู้รับปริญญาเป็นคนที่มีคนรักคนชอบมากมาย จนทำให้คิดว่า ถ้าสมัคร ส.ส.เสียก็จะดี

ใครมีคนมาร่วมแสดงความยินดีไม่มาก หรือไม่มีเลยในวันรับปริญญา คงจะอาภัพที่สุด และอาจจะอาภัพตลอดไปก็ว่าได้ !

นอกจากมีเพื่อนๆ แล้ว ถ้าจะให้ดี ต้องมีแฟนนานุแฟนมากกว่าหนึ่งคน มาร่วมขบวนรถไฟ ในวันนั้นนอกจากจะรับปริญญาแล้ว เขาหรือเธอจะต้องทำหน้าที่เหมือนพนักงานการรถไฟแห่งประเทศไทยที่จะต้องสับหลีกขบวนรถมิให้ชนกัน ยิ่งมีขบวนรถมากเที่ยวมาสายในวันนั้น และสามารถสับหลีกได้อย่างปลอดภัยสันติ ก็ถือว่า แน่มาก

ใครไม่มีขบวนรถไฟ หรือมีเพียงขบวนเดียว ถือว่ากระจอก แต่ถ้าขบวนเดียวนั้นเป็นขบวน “Orient Express ที่สุดยอดของความหรูหราฟู่ฟ่า ก็อีกเรื่องหนึ่ง

พูดถึงองค์ประกอบมาครบแล้ว เห็นทีถึงตาเจ้าตัวผู้เป็นบัณฑิต

ในวันนั้น บัณฑิตสาวจะต้องตื่นตั้งแต่ตีสี่หรือตีห้า เพื่อไปเข้าร้านเสริมสวย ทำผม แต่งหน้า พอกหน้า ฯลฯ แต่ผลที่ออกมา ก็คือ ทุกคนดูเหมือนกันหมด ไม่ว่าคนที่สวยเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว หรือไม่ก็ตาม เพราะมันออกมาเข้มๆ จัดๆ แดงๆ ดำๆ

ผมชื่นชมบัณฑิตสาวบางคนที่ไม่แต่งหน้ามาก แต่ก็มีน้อยเต็มที !

บางคนเข้าร้านเสริมสวยตั้งแต่ตีห้า ออกมาในราวเจ็ด หรือแปดโมงเช้า ข้าวไม่กล้ากิน ไม่กล้าขยับกล้ามเนื้อปากมากนัก กลัวอะไรๆ ที่แต่งพอกไว้ จะเสียรูป ผลสุดท้าย กลายเป็นแร้งเป็นลมไป อะไรที่หวังที่วาดไว้ เช่น ถ่ายรูปกับผู้คน ตามซุ้มประดับต่างๆ ก็พลันกลายเป็นแค่ความฝันที่ฝันไว้ในคืนก่อนหน้าจะแหกขี้ตาตื่นตีสี่ ฝันสลาย อนิจจา

บัณฑิตชายดีหน่อย ไม่ต้องเข้าร้านเสริมสวย แต่ก็อาจจะต้องสวมชุดรับปริญญาตื่นแต่เช้าไปรับแฟนแต่เช้ามืด เพื่อไปส่งที่ร้านเสริมสวย อาจจะต้องไม่ต้องถึงกับเช้ามากอย่างสาวที่จะต้องรับปริญญาเอง แต่ก็จะต้องสวยไม่น้อยหน้าคนอื่น

ตกเย็น ก็พากันไปกินเลี้ยงจนภัตตาคารร้านรวงมันแน่นขนัดไปทั่วบริเวณรอบๆ จุฬาฯ จนถึงบริเวณวงแหวนรอบนอก (จุฬาฯ) ด้วย บางทีเลี้ยงและรับเลี้ยงฉลองกันสามวันสามคืนก็มี

ใครทำให้งานรับปริญญาของตนยิ่งใหญ่ ยิ่งฟู่ฟ่าเท่าไร มันก็เป็นสิ่งยืนยันว่า กว่าจะจบปริญญาตรีได้ มันคงเป็นเรื่องที่แสนจะยากลำบากสาหัสสากรรจ์สำหรับเขาผู้นั้นเสียนี่กระไร !

น่าเห็นใจจริงๆ สำหรับบัณฑิตสติปัญญาไม่แข็งแรงเหล่านี้

ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ จุดประกาย วันจันทร์ที่ 15 กรกฎาคม 2545

” อ่านบทความนี้แล้ว มันก็เอ่อ นะ มันก็จริงอย่างที่ อาจารย์แกว่าล่ะ … อาจารย์ท่านนี้เป็นอาจารย์ที่ฉีกบัตรเลือกตั้งในวันเลือกตั้งสมัยทักษิณลงเลือกตั้งครั้งนั้นนั่นเอง ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าท่านทำไปเพื่ออะไร จากที่อ่านบทความนี้ เราชอบนะ ชอบความคิดในเรื่องนี้ แต่ที่ฉีกบัตร อันนี้ไม่เห็นด้วย (- -) … fayjaa “

จั่วหัวด้วยภาษาเช่นนี้ท่านอย่าเพิ่งตกใจไป ค่อยๆอ่านไปแล้วท่านจะเข้าใจเอง

 

เนื่องด้วยช่วงนี้สถาบันการศึกษาหลายแห่งได้จัดงานฉลองรับปริญญา บรรดาปัญญาชนและครอบครัวผู้ปกครองทั้งหลายต่างมีความสุขแช่มชื่นด้วยจบการศึกษาหลังจากที่ต้องตรากตรำเรียนจนสำเร็จในแต่ละวิชาเอกที่ตนได้ร่ำเรียนมา การสังสรรค์เสวนาฉลองในวาระสำคัญนี้จึงเป็นสิ่งที่คู่กันมา ซึ่งบัณทิตจบใหม่ทั้งหลายก็มักจะจัดเลี้ยงแสดงความยินดี ต่างวาระและต่างทุนทรัพย์ของเจ้าของงาน 

การที่ได้มาซึ่งปริญญาในแต่ละสาขาวิชานั้นประกอบด้วยหลายปัจจัยและหลายกลไกขับเคลื่อนโดยตัวผู้เรียนนั้นเป็นจุดศูนย์กลาง แต่ก็อย่าลืมถึงฟันเฟืองที่ผลักดันความสำเร็จนั้นก็คงหนีไม่พ้น “บุพการีและครอบครัว” ที่เป็นส่วนสนับสนุนสำคัญที่ทำให้ประสบความสำเร็จทางการศึกษา และคุณค่าของปริญญาใช่ว่าจะมาจากตัวผู้เรียนแต่เพียงอย่างเดียว หากเป็นการผสมผสานของทุกภาคส่วนในครอบครัวและสถานศึกษาที่จะผลักดันให้ประสบความสำเร็จหรือล้มเหลว 
 
แต่ในทุกวันนี้กลายเป็นเอา “ปริญญา” เป็นตัววัดคุณค่าเฉพาะ “ตัวบุคคล” จนลืมให้ความสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ครอบครัว” ซึ่งละเลยและให้ความสำคัญในลำดับท้ายๆ

พูดมาถึงตรงนี้ท่านทั้งหลายต่างสงสัยว่ามันเกี่ยวอะไรกับ “หมาใจดำ”

เจ้าเรือนจะนำเรียนต่อไปนี้ขอรับ 

ด้วยเพื่อนบ้านเจ้าเรือน มีครอบครัวเล็กๆครอบครัวหนึ่ง ประกอบด้วย พ่อที่ทำหน้าที่เป็น “สัปปะเหร่อ”ประจำตำบลและ มีแม่ “ขายลูกชิ้นทอด” ตามหน้าโรงเรียนวัด โดยครอบครัวนี้มีลูกชายเพียงคนเดียวซึ่งสำเร็จการศึกษาเป็นบัณทิตวิทยาลัยมีชื่อเสียงในตัวจังหวัดมาสดๆร้อนๆ  
และเนื่องด้วยฐานะและลักษณะครอบครัวนี้ต้องอยู่อาศัยด้วยความจำกัดจำเขี่ยเพื่อส่งให้ลูกเรียนจบ ซึ่งเจ้าเรือนและเพื่อนบ้านในละแวกใกล้เคียงต่างเฝ้ามองพัฒนาการมาโดยลำดับ และแอบชื่นชมในความวิริยะอุตสาหะของครอบครัวเล็กๆนี้ที่ช่วยกันส่งเสียให้ลูกเรียนจบเป็นหน้าเป็นตาให้วงศ์ตระกูล ทั้งที่พ่อและแม่ต่างดิ้นรนจนสำเร็จทั้งที่ต้องไปกู้หนี้ยืมสินกับเจ้าหนี้นับสิบรายเพื่อมาส่งเสียให้ลูกเรียนก็ยอม 
 
นับว่าความรักและความเอาใจใส่ลูกไม่แพ้ใครเท่าที่เจ้าเรือนรู้จัก 
เย็นวันหนึ่ง เจ้าเรือนเห็นแม่บัณฑิตเดินมาหาบิดาเจ้าเรือนเพื่อขอยืมสตางค์เนื่องด้วยจะให้ลูกชายเป็นค่ากิจกรรมในการรับปริญญาเพิ่ม ซึ่งเป็นเงินจำนวนหนึ่งนี้บิดาเอ่ยซักถามไปเล็กน้อยเนื่องด้วยมากเกินปรกติที่เคยหยิบยืม แต่ก็มิได้ว่าอะไรและก็ให้สตางค์พร้อมคำอวยพรถึงบัณฑิตใหม่
ถ้านึกถึงเงินที่พ่อแม่ และเจ้าเรือนให้ไปก่อนหน้านั้นก็หลายพันอยู่ 
พอถึงวันรับปริญญา บิดาเจ้าเรือนผิดสังเกตเนื่องด้วยทั้งครอบครัวบัณทิตทำตัวปรกติและจะออกไปทำงานทั้งๆที่เป็นวันที่น่าจะไปร่วมแสดงความยินดีกับบัณทิตใหม่ 

“ถ้าฉันไปกลัวลูกมันจะอายเสียเปล่าๆ” คำตอบที่ได้ยินจากปากพ่อแม่บัณทิตทำให้เจ้าเรือนได้ยินถึงกับจุกอกและนับถือครอบครัวนี้ว่าช่างเจียมเนื้อเจียมตนเหลือเกิน

“แล้วเย็นนี้จะได้เจอกันไหม จะไปแสดงความยินดีด้วย” บิดาเจ้าเรือนถามต่อ

“ดีจ๊ะ จะทำกับข้าวมื้อรับบัณทิตใหม่ที่บ้าน เชิญคุณตากับคุณเพ็นที่บ้านด้วยเย็นนี้เลย” แม่บัณทิตพูดด้วยน้ำเสียงเปี่ยมไปด้วยความสุข

เย็นวันนั้นทั้งครอบครัวบัณทิตและครอบครัวเจ้าเรือนต่างพร้อมหน้าพร้อมตากันที่บ้านบัณฑิตเพื่อเตรียมเลี้ยงฉลอง พ่อและแม่ถึงแม้จะไม่ได้ไปร่วมงานแต่ก็ยังสวมเสื้อผ้าชุดที่ดีที่สุดที่มี “ชุดเดียว” ในบ้าน เพื่อจะรอนั่งกินข้าวกับลูกชาย ซึ่งเจ้าเรือนก็แอบตำหนิบัณทิตในใจว่าทำไม “ถึงไม่เอาพ่อแม่ไปร่วมงานปริญญาด้วย” ซึ่งก็ไม่ได้เอ่ยปากไปเพราะจะเป็นการเสียบรรยากาศของการร่วมรับประทานอาหารเย็นในวันนั้น

ผ่านไปครึ่งค่อนคืน ยังไม่มี่แววว่าบัณทิตจะกลับเข้าบ้าน.. 

ด้วยหยดน้ำตาของผู้เป็นแม่ และสีหน้าผู้เป็นพ่อที่ถอนหายใจยาวๆและมองไปที่ประตูรั้วอย่างเงียบๆ มื้อค่ำมื้อพิเศษนั้นจึงต้องเลิกราไปโดยปริยาย

และด้วยความเป็นห่วง ก่อนกลับบิดาเจ้าเรือนได้ขอให้เจ้าเรือนไปตามหาบัณทิตว่าอยู่ที่ไหนกันจนล่วงเลยเวลาที่จะกลับมาหาครอบครัว 
เจ้าเรือนควบมอเตอร์ไซต์คู่ชีพลัดเลาะไปถึงในเมือง นึกในใจถึงแหล่งชุมนุมของเหล่าวัยรุ่นในแถบนั้นที่มักจะไปสังสรรค์ยามค่ำคืนเพื่อจะตามหา
ซึ่งก็เป็นตามคาด

บัณทิตที่ครอบครัวต่างรอคอยให้กลับบ้าน “เมาหมดสภาพ” อยู่กลางร้าน สภาพเสื้อผ้าและชุดครุยบัณฑิตเลอะเทอะจน “ไม่เหลือสภาพของบัณฑิต” ที่พ่อแม่ต่างรอคอยเลย

น้ำใจที่จะให้พ่อแม่ แม้กระทั่งด้วยการถ่ายรูปร่วมกันสักใบในวันรับปริญญา คงหาไม่ได้ ณ สภาพเวลานั้น

ที่น่าเศร้าใจยิ่งกว่าตรง “ใบประกาศปริญญา” หุ้มปกกำมะหยีสภาพ “บู้บี้หมดสง่าราศี”
กำลังใจและหยาดเหงื่อของครอบครัวที่ลงแรงไปเป็นได้แค่เพียง “ที่รองแก้วเหล้า”…
ด้วยเงินนับพันที่ละลายไปกับงานเลี้ยงคราวนี้กับสิ่งที่เกิดขึ้น เจ้าเรือนไม่นึกเสียดายเลยถ้ามันไม่ใช่หยาดเหงื่อของบุพการี เพียงแต่เสียใจว่าทำไม “คนที่บัณฑิตน่าจะไปแสดงความยินดีมากที่สุด” กลายเป็นกลุ่มเพื่อนไม่กี่คนในวงสุราแทนที่จะเป็น “คนในครอบครัว” ที่คอยเกื้อหนุน
แล้วคำตอบที่เจ้าเรือนได้รับก็คงมาจากขวดเหล้าที่บัณทิตคนนั้นกอดแทนที่จะเป็นวงแขนพ่อแม่ 
 
เป็นขวดเหล้าสีใสติดป้ายรูปหมายิ้มยียวนกวนอารมณ์ ข้างในขวดว่างเปล่าเนื่องจากไปเติมเต็มกระเพาะและวิญญาณของบัณทิตที่นอนหมดสภาพเบื้องหน้าเจ้าเรือน
แกะขวดเหล้าออกจากมือบัณทิตแล้วก็พลิกดู
เหล้ายี่ห้อ “หมาใจดำ”
ทำให้เจ้าเรือนได้คำตอบในใจ… 
 

 

เรือนปากกา บ้านแม่ริม
Pen
23 มกราคม 2550
 

 

หมายเหตุ 

“หมาใจดำ” หรือ “เหล้าดอกไม้ หมาใจดำ” 

 เป็นเหล้าพื้นเมืองในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ทำมาจากดอกมะพร้าว ดีกรีความแรงถึง 40 ดีกรี สัณฐานใสไม่มีสี รสสัมผัสคล้ายเหล้าว้อดก้าแต่มีกลิ่นแรงกว่าเหล้าใสปรกติ ลักษณะเหล้า “หมาใจดำ” คล้ายเหล้า “หวาก” ในภาคใต้ เนื่องด้วยดีกรีความแรง ราคาถูก และสามารถทำเป็นเหล้าปั่นได้ ทำให้เป็นที่นิยมในหมู่วัยรุ่นในจังหวัดเชียงใหม่ในขณะนี้

ขอบคุณ บล็อกเรือนปากกา บ้านแม่ริม

 

” บทความนี้ อ่านแล้วมัน โห บอกไม่ถูก สงสารพ่อแม่ของบัณฑิตคนนี้จริงๆ หวังว่าเค้าคงจะสำนึกได้แล้วนะ  คงคิดว่ารับปริญญามันมีครั้งเดียวในชีวิต ต้องฉลอง แต่ลืมไปว่า มันก็มีครั้งเดียวสำหรับพ่อแม่ด้วยเช่นกัน อ่านแล้วก็เศร้าใจ…

ปีนี้เป็นปีรับปริญญาของเราเช่นกัน แต่เลือกที่จะไม่รับ ตั้งใจไว้แต่แรกแล้ว เพื่อนๆ ก็งงใหญ่ ว่าทำไมไม่รับ ครั้งเดียวในชีวิตแท้ๆ อ่าว เราก็เถียงในใจ ว่า ทำไมล่ะ มันแปลกหรอ การรับปริญญา มันเป็นการไปพบปะเพื่อนฝูง ไปถ่ายรูปกับครอบครัว กับเพื่อนในชุดครุย ก็ใช่ที่ไม่ได้ใส่ชุดครุยกันได้บ่อยๆ แต่ถ้าไม่ทำก็ไม่ได้ผิดอะไรนี่ ส่วนพ่อแม่ เค้าภูมิใจในตัวเราตั้งแต่เราได้ทำงานนู่นแล้ว การไปรับปริญญาในตอนนี้ มันก็ไม่สำคัญอะไรมากมายแล้วหล่ะ และอีกอย่างที่ไม่รับก็เพราะไม่อยากเปลืองเงิน เอาเงินที่มีไปช่วยพ่อสร้างบ้านดีกว่าอีก วันสงกรานต์ก็ให้พ่อไปสี่พัน และซื้อพัดลมใหม่อีกพันสาม  ไม่เสียใจเลยที่ไม่ได้รับปริญญา … fayjaa “

ป้ายกำกับ: ,

ได้โค๊ดเมนูแบบแท็บมา ก็เลยอยากเขียนบทความ วิธีแก้ไขโค๊ดไว้ เผื่อลืม(ซึ่งก็ลืมบ่อยมาก โค๊ดดีๆ ตั้งหลายอันก็ลืมไปเยอะแล้วเหมือนกัน) และเซ็งๆ เลยหาอะไรรีแลกซ์ๆ ทำ เอาล่ะเริ่มทำกัน

มีแค่สองไฟล์ที่ใช้สำหรับทำ(file อยู่ใน spaces)

โฟล์เดอร์ที่ชื่อ Yetii
(ก็อปปี้โฟล์เดอร์นี้ไปไว้ใน server)

ไฟล์ .php ที่ชื่อ tab_search.inc.php
(เอาไว้เป็นไฟล์ตัวอย่าง เพื่อแก้ไขโค๊ด)

1. ดาวน์โหลดสองตัวนี้เอาไปไว้ใน server หรือลองใน localhost โดยใส่ในโฟเดอร์ Appserve\www\โฟเดอร์ web เรา

2. เปิดไฟล์ search.inc.php ขึ้นมา ในไฟล์นี้จะประกอบไปด้วย HTML code และ PHP code ดังนี้


<!– ส่วนนี้ใช้ลิงค์กับสไตน์ชีทในโฟล์เดอร์ Yetii ดูพาธให้ถูกต้อง–>
<link rel=”stylesheet” type=”text/css” href=”Yetii/custom.css”>
<link rel=”stylesheet” type=”text/css” href=”Yetii/white.css”>

<!– ส่วนนี้ใช้ประกาศใช้ java script –>
<script type=”text/javascript” src=”Yetii/yetii-min.js”></script>

<!– ส่วนนี้ใช้ กำหนดหัวข้อของแทบ ซึ่งประกอบด้วยแทบที่ชื่อ Selling Leads,Products,Suppliers,Buyers,Trade Shows หากใช้คุณใช้ dream เป็นตัวแก้ไข ระวังอย่าแก้ไขในหน้า design เพราะคำสั่ง
<li>…</li> ชอบหาย –>
<div class=”demolayout” id=”demo”>
<ul class=”demolayout” id=”demo-nav”>
<li><a href=”#tab1″>Selling Leads</a> </li>
<li><a href=”#tab2″>Products</a> </li>
<li><a href=”#tab3″>Suppliers</a> </li>
<li><a href=”#tab4″>Buyers</a> </li>
<li><a href=”#tab5″>Trade Shows</a> </li>
</ul>

<!– ส่วนนี้เป็นตัวกำหนดว่าในแต่ละแทบของคุณจะมีเนื้อหาอะไรบ้าง โดยจะมี id เป็นตัวที่กำหนดว่าอันใหนเป็นอันใหน หากต้องการแก้ไขเนื้อหา จะต้องให้เนื้อหาของคุณอยู่ใน tag <div>…</div>(ที่ลงพื้นเป็นไฮไลท์สีส้มไว้นั่นคื่อที่ๆ เราสามารถแก้ไขได้ จะลบแล้วพิมพ์ข้อมูลใหม่เลยหรือใส่โค๊ดอื่นๆก็ได้ ส่วนอื่นไม่ต้องแก้ค่ะ) –>
<div class=”tabs-container”>
<div class=”tab” id=”tab1” style=”text-align:center;”>
<form id=”form1″ name=”form1″ method=”post” action=””>
<input type=”text” name=”textfield” style=”width:300px;” />

<select name=”select” style=”width:250px;”>
<option value=””>Select Country/Region</option>
</select>

<label>
<input type=”submit” name=”Submit” value=”Search” class=”submit”/>
</label>
<a href=”#”>More search options</a> <br />
Find out what millions of suppliers are selling right now!
</form>
</div>
<div class=”tab” id=”tab2” style=”text-align:center;”>
<form id=”form1″ name=”form1″ method=”post” action=””>
<input type=”text” name=”textfield2″ style=”width:300px;” />

<select name=”select2″ style=”width:250px;”>
<option value=””>Select Country/Region</option>
</select>

<label>
<input type=”submit” name=”Submit3″ value=”Search” class=”submit”/>
</label>
<a href=”#”>More search options</a><br />
Find millions of products from around the world here!
</form>
</div>
<div class=”tab” id=”tab3” style=”text-align:center;”>
<form id=”form1″ name=”form1″ method=”post” action=””>
<input type=”text” name=”textfield2″ style=”width:300px;” />

<select name=”select2″ style=”width:250px;”>
<option value=””>Select Country/Region</option>
</select>

<label>
<input type=”submit” name=”Submit2″ value=”Search” class=”submit”/>
</label>
<a href=”#”>More search options</a><br />
Find millions of suppliers from around the world here!
</form>
</div>
<div class=”tab” id=”tab4” style=”text-align:center;”>
<form id=”form1″ name=”form1″ method=”post” action=””>
<input type=”text” name=”textfield22″ style=”width:300px;” />

<select name=”select3″ style=”width:250px;”>
<option value=””>Select Country/Region</option>
</select>

<label>
<input type=”submit” name=”Submit4″ value=”Search” class=”submit”/>
</label>
<a href=”#”>More search options</a><br />
Find companies who want to buy your product, now.
</form>
</div>
<div class=”tab” id=”tab5” style=”text-align:center;”>
<form id=”form1″ name=”form1″ method=”post” action=””>
<input type=”text” name=”textfield222″ style=”width:250px;” />

<select name=”select4″ style=”width:150px;”>
<option value=””>All locations</option>
</select>

<select name=”select5″ style=”width:150px;”>
<option value=””>All months</option>
</select>

<label>
<input type=”submit” name=”Submit5″ value=”Search” class=”submit”/>
</label>
<a href=”#”>More search options</a><br />
Search more than 18,000 Trade Shows across 31 industries worldwide.
</form>
</div>
</div>
</div>

<!– ส่วนนี้ก็สำคัญค่ะ สามารถเซทให้แทบสามารถเปลี่ยนหน้าเองได้ กำหนดวลาได้ โดยเพิ่มโค๊ด interval:5 เข้าไปหลังบรรทัด id: ‘demo’ และต้องใส่เครื่องหมายคอมม่า (,) ต่อจากคำว่า ‘demo’ ด้วยค่ะ แล้วจึงก็อปโค๊ด interval:5 เพิ่มเข้าไป หากไม่ต้องการให้เปลี่ยนหน้า ก็ไม่ต้องเปลี่ยนอะไรแค่นี้ก็เสร็จแล้ว –>
<SCRIPT type=text/javascript>

var tabber1 = new Yetii({
id: ‘demo’
});

</SCRIPT>
<!– tabs –>

ป้ายกำกับ: , ,

การอัพโหลดไฟล์ใหญ่ๆ ด้วยฟังก์ชั่น ftp ใน PHP

ขั้นตอน 1
สร้างฟอร์มอัพโหลดขึ้นมา ในตัวอย่างนี้จะอัพได้ที่ละหนึ่งไฟล์

 code:

<?
 <form name=”form1″ method=”post” action=”” enctype=”multipart/form-data”>
   <input type=”file” name=”file”>
   <input type=”submit” name=”Submit” value=”Upload now”>
 </form>
?>

ตัวอย่างโค๊ดจะสั่งให้ action ภายในหน้าเดิม

 

ขั้นตอนที่ 2
เพิ่มโค๊ดที่ใช้อัพโหลด
 
code :
<?

if($_POST[Submit]){
 set_time_limit(3000);

  //set up basic connection
 $ftp_server = “fayjaa.com”;
 $ftp_user_name = “fayjaa
“;
 $ftp_user_pass = “fayjaa”;

 $destination_file = $_FILES[‘file’][‘name’];
 $source_file = $_FILES[‘file’][‘tmp_name’];
 $size_file=$_FILES[‘file’][‘size’];

 $conn_id = ftp_connect($ftp_server);
 
 
 // login with username and password

 $login_result = ftp_login($conn_id, $ftp_user_name, $ftp_user_pass); 


 ftp_chdir($conn_id,”htdocs/upload/store_file”);

   // check connection  

 if ((!$conn_id) || (!$login_result)) {
     echo “FTP connection has failed!”;
     echo “Attempted to connect to $ftp_server for user $ftp_user_name”;
     exit;
 } else {
     echo “Connected to $ftp_server, for user $ftp_user_name<br/>”;     }    
  

// upload the file  
 $upload = ftp_put($conn_id, $destination_file, $source_file, FTP_BINARY);
    

// check upload status  
 if (!$upload) {
     echo “FTP upload has failed!”;
  }
    

// close the FTP stream  
ftp_close($conn_id);
}//end $_POST[Submit]

?>

จากที่ทดสอบดู อัพโหลดได้ไม่เกิน 200 M นะ ใช้เวลาค่อนข้างนาน ขึ้นอยู่กับ Server อีกที 

 

 

ป้ายกำกับ: , ,
  • In: เบื่องาน
  • ใส่รหัสผ่านของคุณเพื่อดูความเห็น

บทความนี้มีรหัสผ่านป้องกันอยู่ การจะดูบทความโปรดใส่รหัสผ่านของคุณด้านล่าง

ป้ายกำกับ: ,

ทำเว็บไซต์ ..ทำเว็บ เป็นคำตอบ เมื่อมีคำถามว่า “ทำงานอะไร” ก็มักจะตอบแบบนี้ แล้วก็จะได้หน้าตาอันงุนงง หน้าตาที่สงสัย ของผู้ถามเสมอ ตลกดี

พูดถึงการทำเว็บมันก็มีหลายแขนงอีกล่ะ เช่นเว็บกราฟฟิค เว็บโปรแกรม เว็บมาสเตอร์ เว็บดีเวลลอปเปอร์ เยอะแยะมากมาย
เราจะเลือกทำอันใหนนั้น ก็ขึ้นอยู่กับความชอบของใครของมัน จะเลือกทำเป็นทุกอย่างทั้งดีไซน์ ทั้งโปรแกรมเลยก็จะดี แต่โดยส่วนตัวนะ คิดว่าถ้าจะเลือกดีไซน์ก็ทำให้ดีไปเลย ไม่ต้องมานั่งศึกษาเรื่องโปรแกรม เพราะงานสองอย่างนี้มันใช้หัวคนละซีกคิด ไม่ง่ายที่จะทำได้ดีทั้งสองอย่าง ถ้าคิดว่าทำอย่างเดียวมันเสียเปรียบคนที่ทำได้หลายๆอย่าง อันนี้ก็ไม่รู้สิ เราคิดว่าถ้าทำให้เก่งด้านใดด้านหนึ่ง มันก็จะมีหนทางไปของมันเองแหละ เอาให้ดีซักด้าน

แต่ทุกวันนี้ ก็ยังเขวๆ อยู่ ว่าต้องการทำด้านใหนกันแน่ อืมมขัดแย้งกันเองอีกแล้ว..

ด้วยหน้าที่การงาน ทำให้เราเลือกไม่ได้ เมื่องานมาให้ออกแบบเว็บ ก็ต้องมานั่งออกแบบ บางทีใช้เวลาแป๊ปเดียวก็เสร็จ แต่บางครั้งก็สองวัน ไม่ได้ดีไซน์มานานก็แบบนี้แหละ เมื่อดีไซน์เสร็จก็ต้องมานั่งเขียนโค๊ด เรื่องเขียนสคริปมันก็ทำได้แหละ ถ้าหากเป็นสคริปขั้นสูงก็ต้องหาที่ปรึกษา คนใน msn นั่นเอง ไม่ก็ถาม google เอา มักจะไม่มีเวลาพัฒนาสมองตัวเองให้ดียิ่งขึ้น ความรู้เหมือนกับเท่าเดิม เพราะต้องเปลื่ยนร่างไปๆ มาๆ ระหว่าง web design และ webprogrammer แล้วยังมี webmaster .. อ่วย

เริ่มแรก เดิมที..กับการทำเว็บ

ตอน ปี 1
เข้าเรียนใหม่ๆ อาจารย์ให้ทำเว็บส่วนตัว เก็บผลงาน เอาไว้เสนออาจารย์ วิชาอะไรนั้นจำไม่ได้แล้ว ^,^ ตอนนั้นความรู้ทางด้านเว็บไซต์ไม่มีเลย จบม.ปลายเรียนมาแค่ word พิมพ์ดีด ก็ร.ร. บ้านนอกนะ จะเอาอะไรมากมาย แต่ตอนนั้นต้องทำเว็บไซต์ จึงต้องเกาะเพื่อนซะแล้ว เกาะในที่นี้ไม่ได้ให้เพื่อนมันทำให้นะ แต่หมายถึงแกไปใหน ชั้นไปด้วย แกใช้โปรแกรมใหนทำ ชั้นใช้อันนั้นด้วย จึงได้มาใช้ dreamwever เพื่อนช่วยสอน ตั้งใจมาก มันอัศจรรย์จริงๆ มีเว็บเป็นของตัวเองด้วย ตอนนั้นจำได้ว่าไปทำเว็บที่ตึกของคณะอื่น ไปแย่งเค้าใช้ซะงั้น เพราะตึกนั้นเค้าเปิดให้ใช้จนถึงเช้า พวกเราก็นั่งทำกันถึงเช้าเลย วันรุ่งขึ้นต้องขี่มอเตอร์ไซต์ ไปรณรงค์…(อะไรซักอย่าง) อีก แต่มันก็ทำให้เริ่มชอบการทำเว็บไซต์ขึ้นมา เป็นสิ่งที่ดีเลยล่ะ ที่มีเพื่อนคอยช่วยสอน ทั้งที่มันก็ทำไม่ค่อยเป็น มั่วไปด้วยกัน สนุกไปอีกแบบ

ตอน ปี 3
เรียนวิชีอีคอมเมิร์ซ ได้ทำเว็บขายสินค้า shopping online มีระบบตะกร้าสินค้า ไม่ใช่แค่แคตตาล็อก ตอนนั้นก็มืดแปดด้านกันล่ะค่ะ เพราะอาจารย์ไม่เคยสอน PHP ,ASP ,JSP สอนแต่เรื่องฐานข้อมูล จึงต้องใช้วิธีก็อปปี้โค๊ดของรุ่นพี่มาแก้กัน วุ่นวายมาก แต่ในชั้นเรา ก็จะมีคนเก่งๆอยู่คนถึงสองคน ได้ช่วยกันสอน เข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง ช่วงเวลานั้นไม่ได้ไปใหนเลย นั่งหน้าจอคอมพ์ตลอด แกะโค๊ดรุ่นพี่อยู่ บางครั้งก็นั่งจนเช้า เพราะพรุ่งนี้ต้องพรีเซนต์ แต่ดันไปเอ๋อ ก็อปไฟล์อันเก่ามา ปรากฏว่าไม่ได้คะแนน ไอ้ที่นั่งจนเช้า ไม่มีประโยชน์เลย – -” แต่ก็ทำให้เข้าใจ PHP ขึ้นมาเยอะเลย จากที่ไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงใหน

ตอนปี 4
ปีสุดท้ายของการเป็นนักศึกษา มันช่างโดดเดี่ยวอะไรเช่นนั้น เพราะเพื่อนบางคนก็รีบจบกันออกไปซะก่อน เหลือเพียงไม่กี่คน ที่ผิดพลาดในการลงวิชาเรียน อ่ะนะ จำได้เลยวิชาฐานข้อมูลนั่นเอง แต่กลุ่มเรามักจะยึดอุดมการณ์ที่ว่า “จะรีบจบไปทำไม ยิ่งอยู่นานๆ ความรู้ยิ่งแน่น ” อ่ะนะ จะเป็นอุดมการณ์หรือคำพูดที่ใช้ปลอบใจกันแน่ (-_-) ปีสุดท้ายนี้ก็จะต้องทำโปรเจค เราเลือกที่จะทำ webapplication เป็นเว็บจัดการระบบกองทุนหมู่บ้าน ระบบก็ค่อนข้างเยอะอยู่เหมือน ทำอยู่สองคน แต่คนลงโค๊ดก็มีแต่เราคนเดียว ส่วนอีกคน contact ด้านข้อมูล ทำอยู่ประมาณสามเดือน ในที่สุดก็เสร็จออกมาเป็นรูปเล่ม เป็นโปรเจคเต็มๆ แต่ตอนนี้ัหายไปแล้ว เสียดายจริงๆ แต่โค๊ดที่เขียน จะเขียนแบบง่ายๆ ตามประสบการณ์ของเรานั่นแหละ ง่ายจนไม่กล้าเอาไปให้ใครดู แต่ระบบก็ดีนะ ไม่ได้ขี้ๆ นะว้อยย

ป้ายกำกับ: ,

หมวดหมู่

Enter your email address to subscribe to this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 335 other followers

brush photoshop

Add new tag asp.net atsme banner Blog ไทยโดเมน.in.th brush brush photoshop brush photoshop7 brush photoshop ตึก และ นก brush photoshop นักธุรกิจ Business Marketing Day chiangmai magazine cmhappy cmhappy.com cmtoday cmtoday cmhappy download brush download brushes photoshop CS4 download brush photoshop download บรัช e-atsme flash banner free domani FTP+PHP FW mail meeting menu photoshop brush download PHP RA Red Alert3 reggae sme tab thnic virus web design wordpress Yetii Yuri การทำ flash banner กินเนื้อสด ข้าวยาก หมากแพง ความฝัน ฆ่าควาย ฆ่าหมู่ จ๊อบ บรรจบ ชมรมเว็บมาสเตอร์ & ทำ web ทำเว็บ บรัช โฟโต้ช็อป ประกันชีวิต ปริญญา ปาย สวนบวกหาด สอบกพ สอบภาค ก หนังฆ่าคนดำ หน้าที่ webmaster หมาใจดำ หวยออก 111 หางดง เชียงใหม่ อ.ไชยยันต์ ไชยพร ออกแบบเว็บ เบื่อ เร้กเก้ เลี้ยงดง เว็บ SME เว็บเชียงใหม่ แจก brush photoshop แต่งภาพ แว่นตาเกาหลี แว่นตาแฟชั่น แว่นแฟชั่น
เมษายน 2008
พฤ อา
    พ.ค. »
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930  

Blog Stats

  • 345,359 hits

ติดตามด้วย Twitter

  • หลับเถอะ เที่ยงคืนแล้ว คิดมากไปเสียเวลาไปเปล่าๆ ไม่มีประโยชน์อะไร เดี๋ยวป่วยอีก เข้มแข็งให้ได้ด้วยตัวฉันเองสิฝ้าย 2 weeks ago
  • กูบ่าเจื่อบ่าแคว้นมั่ง #กลิ่นกาสะลองep15 #กลิ่นกาสะลอง 7 months ago
  • RT @natthaporn5800: กูรอซีนนี้จนใจจะขาดแล้วอีเหี้ย ความฉิบหายของมึงสองป้อลูก #กลิ่นกาสะลองep14 https://t.co/Vy8tBcrV14 7 months ago
  • มีคนแจ้งแอดมินเพจจอมทองให้เคลียร์ทางให้หมอกับอี่นายเรียบร้อยละ #กลิ่นกาสะลองep12 #กลิ่นกาสะลอง #โอ้ยยยน่อ https://t.co/n5LP9AxYHR 7 months ago
  • ใจ๋หมะดี #กลิ่นกาสะลอง https://t.co/9KHyRz8uy7 7 months ago